Krungthai COMPASS วิเคราะห์ว่า PPWR กำลังทำให้บรรจุภัณฑ์กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าถึงตลาด EU โดยผู้ส่งออกไทยต้องเตรียมปรับตัวทั้งด้าน Recyclability, Recycled Content, Minimization, Labelling และ EPR ซึ่งจะทยอยมีผลเข้มข้นขึ้นถึงปี 2030 เป็นต้นไป กลุ่มที่ควรจับตา ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าไลฟ์สไตล์ รวมถึงผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก โดยเฉพาะ SMEs ที่อาจเผชิญต้นทุนการปรับตัวสูงขึ้น กรณีธุรกิจเครื่องดื่มที่ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกเข้มข้น ต้นทุนขายอาจเพิ่มราว 0.5–3.0% จากการเพิ่มสัดส่วนวัสดุรีไซเคิล หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนได้ ผู้ประกอบการจึงควรเร่งประเมิน Packaging Portfolio ร่วมกับ Supplier ปรับการออกแบบให้รีไซเคิลง่าย เพิ่มวัสดุรีไซเคิล และเตรียมข้อมูลตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและการเข้าถึงตลาด EU ในระยะยาว